ฟรีเว็บ
นาฬิกา
เข้าสู่ระบบสมาชิก
User Name
  Password
    สมัครสมาชิก
    ลืมPassword
   
 

                  
พิฆเนศวร สเตนเลส แอนด์ เดเวลอปเมนท์
บริษัท สกุลชัย สแตนเลส จำกัด
WELCOME TO AEC
19/1-2 ตำบลบึงทองหลาง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150
TEL/FAX  02-987-1447
www.pkn59-stainless.com 
  email: pikanasuan59@hotmail.com (hotmail)
email: admin@pkn59-stainless.com (gmail)
facebook.com/pikanasuan59
Hotline 
 0900050200
คุณสมเศียร สมอาจ
รับติดตั้งงานทั่วประเทศ
รับทำ ออกแบบ เขียนแบบ งานสแตนเลส
ใช้สแตนเลสเกรด304แท้ เกรทเซ็นทรัล,ไทย-เยอรมัน(TG)ในการประกอบชิ้นงานทั้งหมด
ประตูรั้วสแตนเลส แบบทึบ แบบโปร่ง ประตูสแตนเลสผสมอลูมิเนียมลายไม้ ประตูสแตนเลสผสไม้ upvc
ประตูสแตนเลสผสมไม้ สักทอง ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้มะค่า ไม้เฌอร่า ไม้สมาร์ทวู๊ด
ช่องรั้วสแตนเลส ราวบันไดสแตนเลส ราวระเบียงสแตนเลส ราวกันตกสแตนเลส
หลังคาระแนงเหล็ก ระแนงบังตา ระแนงไม้ สแตนเลสดัด หลังคาโพลีคาร์บอเนต หลังคาดีไลท์
หลังคาไวนิล หลังคาเมทัลชีท กันสาดอลูมิเนียม เหล็กดัด มุ้งลวด ศรแหลม ลวดหนาม 
   บันไดวนสแตนเลส บันไดลิงหนีไฟ หุ้มเสาสแตนเลส ประตูม้วน
ประตูสแตนเลสนิรภัย ประตูสแตนเลสมือสอง ประตูสแตนเลสสำเร็จรูป แบบลายประตูสแตนเลส
ชั้นวางของสแตนเลส โต๊ะเก้าอี้ เตียงนอนสแตนเลส ฝาถังขยะสแตนเลส ตู้จดหมายสแตนเลส
คิ้วสแตนเลส ป้ายบ้านเลขที่สแตนเลส ราวตากผ้าสแตนเลส รางน้ำสแตนเลส รางน้ำไวนิล 
  ชุดรีโมทคอนโทรล งานสแตนเลสตามแบบ
รับประกันคุณภาพงานและสินค้า

 
พบกับสินค้ามากมาย มีให้ท่านเลือกหลายรูปแบบ พร้อมบริการดีไซน์แบบสุดหรู
                          

 
   ประตูสแตนเลสล้วน ลายทึบ ลายโปร่ง               ประตูสแตนเลสผสมไม้               ช่องรั้วสแตนเลสล้วนลายทึบลายโปร่ง
                                                                       

              ช่องรั้วสแตนเลสผสมไม้                                 หลังคาโพลีคาร์บอเนต                                       หลังคาดีไลท์


                   หลังคาเมทัลชีท                                            หลังคาไวนิล                                            หลังคาระแนงเหล็ก



                      ระแนงบังตา                                            ราวระเบียงสแตนเลส                                     ราวบันไดสแตนเลส


                      สแตนเลสดัด                                                      เหล็กดัด                                              ศรแหลม ลวดหนาม


  บันไดวน สแตนเลส เหล็ก                        ประตูม้วน สแตนเลส เหล็ก                  โต๊ะ เก้าอี้สแตนเลส เตียงนอน สแตนเลส


     บันไดลิง สแตนเลส เหล็ก                                 หุ้มเสาสแตนเลส                                                ราวตากผ้าสแตนเลส

      ฝาถังขยะ สแตนเลส                           ตู้จดหมาย สแตนเลส                           ชุดรีโมทคอนโทรล

โปรโมชั่นพิเศษ  
      
     
ราวบันไดสแตนเลสราคาเริ่มต้นที่เมตรละ1,xxxบาท 

    
หลังคาระแนงเหล็กราคาเริ่มต้นที่ ตารางเมตรละ2,xxx บาท

   
  
หลังคาโพลี ไวนิล ดีไลท์ เมทัลชีท ราคาเริ่มต้นที่ ตารางเมตรละ1,xxx บาท


ประตูสแตนเลสผสมไม้จริง ไม้มิเนียม ไม้upvc ไม้เฌอร่า ไม้สมาร์ทวู๊ด ราคาเริ่มต้นที่ตารางเมตรละ 5,xxx บาท 

    
 
ประตูสแตนเลสล้วนลายโปร่งลายทึบ ราคาเริ่มต้นที่ ตารางเมตรละ 4,xxx บาท 

                                                          

                                          
*** ชุดเก้าอี้สแตนเลสผสมไม้เทียม***
                                         
ราคาพิเศษ สวย แข็งแรง ทนทาน ทันสมัย

             



ตัวอย่างสีอลูมิเนียมลายไม้



ตัวอย่างสีหลังคาไวนิล





ตัวอย่างสีหลังคาดีไลท์

ตัวอย่างสีหลังคาโพลีคาร์บอเนต




การแบ่งกลุ่มสเตนเลส

ในโลกนี้ตั้งแต่มีการค้นพบและผลิตสเตนเลสอย่างเป็นเรื่องเป็นราวใน ค.ศ. 1912 จนถึงปัจจุบันกว่า 99 ปี มีการคิดค้นผลิตสเตนเลสชนิดต่างๆ ออกมาแล้วทั่วโลกกว่า 200 ชนิด โดยเฉพาะใน 4-5 ปีที่ผ่านมา เมื่อราคาธาตุนิกเกิลได้ทำสถิติขึ้นสูงถึงกว่า 50,000 ดอลลาต่อตัน ยิ่งส่งผลที่รุนแรงต่อตลาดสเตนบางชนิดทำให้ผู้ผลิตและผู้ใช้สเตนเลสทั่วโลกต้องมีการปรับตัว ในช่วงนี้เองได้เกิดการคิดค้นผลิตสเตนเลสออกมามากมายหลายชนิด และวางขายอยู่ในตลาดทั่งในเมืองไทยและต่างประเทศ 
สเตนเลสแม้จะผลิตออกมามากมายก็ตาม แต่ก็สามารถที่จะจำแนกออกเป็นกลุ่มต่างๆได้ ทั้งนี้แล้วแต่ว่าในการแยกกลุ่มโดยอาศัยหลักปัจจัยใดเป็นตัวแบ่ง ก็ขึ้นอยู่กับว่าการแบ่งกลุ่มนั้นเพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ของการแบ่งก็เท่านั้น และการแบ่งนั้นเป็นที่ยอมรับมากน้อยแค่ไหน
การแบ่งกลุ่มสเตนเลสตามโครงสร้างพื้นฐาน 
การแบ่งกลุ่มสเตนเลสวิธีนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ในตำราและในเอกสารทั่วไปมักแบ่งวิธีนี้เป็นหลัก การแบ่งโดยอาศัยโครงสร้างจุลภาคพื้นฐานเป็นหลักสำคัญในการแบ่ง สามารถแบ่งสเตนเลสออกได้ 5 กลุ่มอันได้แก่
1. กลุ่มออสเทนนิติก (Austenitic) มีโครงสร้างเนื้อโลหะเป็นออสเทนไนต์ (austenite) อะตอมของผลึกจัดเรียงตัวแบบ FCC (face-centered cubic) ธาตุสำคัญที่ทำให้สเตนเลสกลุ่มนี้มีโครงสร้างเป็นออสเทนไนต์คือ ธาตุนิกเกิล และ ธาตุแมงกานิส
คุณสมบัติสำคัญของสเตนเลสกลุ่มออสเทนนิติก คือ คุณสมบัติที่แม่เหล็กดูดไม่ติด (non – magnetic) หรืออาจดูดติดแบบอ่อนอ่อนหากสเตนเลสออสเทนนิติกผ่านการขึ้นรูปเย็น (cold work) ชุบแข็งไม่ได้ มีส่วนผสมหลักที่สำคัญได้แก่โครเมียมไม่ต่ำกว่า 16% คาร์บอนไม่เกิน 0.15% และส่วนผสมของธาตุนิกเกิล หรือ แมงกานิส อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกัน สเตนเลสออสเทนนิติกเป็นประเภทที่ใช้งานแพร่หลายมากที่สุดถึงกว่า 70% สเตนเลสออสเทนนิติกยังแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ได้แก่
1.1 ประเภทออสเทนนิติก-นิกเกิล (Cr-Ni) ใช้อนุกรม 300 เป็นตัวสื่อ ประเภทนี้มีนิกเกิลผสมไม่ต่ำกว่า 8% บางชนิดอาจไททาเนียมและโมลิบดีนัมผสมอยู่ด้วย คุณสมบัติที่สำคัญคือ มีคุณสมบัติการขึ้นรูปได้ดีเยี่ยม มีคุณสมบัติทนการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม และใช้งานได้ทั้งที่อุณหภูมิสูงและต่ำได้ดี ตัวอย่างชนิดสเตนเลสในประเภทนี้ได้แก่ 304 316
1.2 ประภทออสเทนนิติก-แมงกานิส (Cr-Mn) ใช้อนุกรม 200 เป็นตัวสื่อ ประเภทนี้มีแมงกานิสผสมอยู่ประมาณ 4-5 % และอาจมีนิกเกิลผสมอีก 1-4% ประเภทนี้มีการใช้งานกันมากขึ้นในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากราคานิกเกิลสูงจัด แต่คุณสมบัติโดยรวมไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขึ้นรูปและคุณสมบัติทนทานต่อการผุกร่อนยังเป็นรองออสเทนนิติกประเภท 300

2. กลุ่มเฟอร์ริติก (Ferritic) มีโครงสร้างเนื้อโลหะเป็นเฟอร์ไรต์ (ferrite) อะตอมของผลึกจัดเรียงตัวแบบ BCC (Body-centered cubic) เป็นโครงสร้างอะตอมพื้นฐานของสเตนเลสที่เหมือนกับเหล็กกล้าคาร์บอน ธาตุสำคัญที่เป็นตัวหลักของสเตนเลสกลุ่มนี้ได้แก่ โครเมียม ไม่ต่ำกว่า 11 % และ คาร์บอนไม่เกิน 0.12% ใช้อนุกรม 400 เป็นตัวสื่อ คุณสมบัติที่สำคัญของสเตนเลสกลุ่มนี้คือ แม่เหล็กดูดติด (magnetic) แปรรูปได้ง่าย นำความร้อนได้ดีเยี่ยม ราคาต่ำและเสถียร สเตนเลสเฟอร์ริติกยังมีการแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
2.1 ประเภทสามัญประจำบ้าน มียอดการใช้สูงสุดกว่า 48 % เป็นอันดับหนึ่งของยอดการใช้เฟอร์ริติกทั้งหมด แน่นอนจะเป็นชนิดไหนไม่ได้นอกจาก 420 429 429J1 430 และ 440 ที่เรามักคุ้นกันดี ซึ่งมีโครเมียมเป็นองค์ประกอบ 14-18 % ดังนั้นจึงมีความต้านทานการกัดกร่อนได้ดี ขึ้นรูปได้ดี และใกล้เคียงกับออสเทนนิติก 304 จึงสามารถนำเฟอร์ริติกประเภทนี้มาใช้ทดแทนเกรด 304 ได้อย่างหลากหลายได้แก่ เครื่องครัว ถังปั่นเครื่องซักผ้า เครื่องล้างจาน กรอบประตูหน้าต่าง อ่างล้างหน้า ประดับยนต์ และอื่นๆอีกมากมาย 
2.2 ประเภทประหยัด มียอดการใช้งานเป็นอันดับที่ 2 ประมาณ 30 % ของตลาดเฟอร์ริติก ประเภทนี้จะมีองค์ประกอบของโครเมียมต่ำสุด ประมาณ 10-14% ราคาจึงต่ำสุดด้วย ได้แก่ 403 405 409L 410L และ 420J2 ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเฟอร์ริติกประเภทนี้จึงต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีหรือมีการกัดกร่อนน้อย หรือประเภทผลิตภัณฑ์ที่มีการทาสี ดังนั้นสเตนเลสประเภทนี้จึงนิยมนำมาทำระบบท่อไอเสียรถยนต์ ท่อพักเสียง ตู้เก็บสินค้า รถโดยสาร รถพ่วง รถไฟ และ กรอบจอภาพ
2.3 ประเภทสารพัดช่าง ในชนิด 430 แม้จะใช้งานได้ใกล้เคียงชนิด 304 แต่เรื่องการเชื่อมและการขึ้นรูปยังด้อยกว่า ดังนั้นเฟอร์ริติกเองจึงได้พัฒนาเฟอร์ริติกประเภทนี้ขึ้นมา เพื่อให้มีคุณสมบัติการเชื่อมและการขึ้นรูปได้ดีไม่แพ้เกรด 304 เลยทีเดียว มีองค์ประกอบหลักโครเมียม 16-20% กับธาตุไททาเนียมหรือไนโอเบียมเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เป็นเฟอร์ริติกที่เสถียร อันได้แก่ 430Ti 430LX 430J1L 439 และ 441 ดังนั้นจึงนิยมนำมาทำชิ้นงานที่เกี่ยวข้องกับงานเชื่อมและขึ้นรูป ตัวอย่างการใช้งานได้แก่ อ่างล้างจาน ท่อแลกเปลี่ยนความร้อน ระบบท่อไอเสีย ถังปั่นเครื่องซักผ้าแบบเชื่อม ผนังตกแต่งภายใน เฟอร์ริติกประเภทนี้มียอดการใช้ประมาณ 13 % ของตลาดโดยรวม จึงอันดับได้เป็นที่ 3 ของเฟอร์ริติกที่นิยมใช้กัน
2.4 ประเภททนร้อนทนกรด หากพูดถึงออสเทนนิติก พระเอกที่เด่นเรื่องนี้คือ 316L แต่เฟอร์ริติกก็มีเช่นกัน ได้แก่เกรด 434 436 436J1L และ 444 เนื่องจากเฟอร์ริติกประเภทนี้ประกอบด้วย โครเมียม 16-20% กับธาตุโมลิบดีนัมประมาณ 0.75-2.5 % ซึ่งมีสมบัติการต้านทานการกัดกร่อนเทียบเท่า 316L อีกทั้งธาตุโมลิบดีนัมยังเพิ่มความแข็งแรงที่อุณหภูมิสูง ดังนั้นจึงนิยมนำมาทำชิ้นงานที่ทนการกัดกร่อนและงานที่ใช้อุณหภูมิสูง เช่น ถังใส่น้ำร้อน ถังต้มน้ำ ระบบท่อไอเสีย กาต้มน้ำ เครื่องไมโครเวฟ และผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ใช้ในพื้นที่เปิดได้ดีเยี่ยม โดยมีส่วนแบ่งตลาดรวม 7% ของเฟอร์ริติก
2.5 ประเภทไฮโครม ประเภทนี้ยังมีใช้กันน้อยประมาณ 2 % ของตลาดเฟอร์ริติก ประเภทที่มีผู้ใช้น้อยที่สุดนี้ ประกอบด้วยโครเมียมสูง 21-30% กับธาตุโมลิบดีเนียมเป็นส่วนสำคัญ ได้แก่เกรด 443 445 446 447 และ 448 ในตลาดมักเรียกประเภทนี้ว่าพวกไฮโครม หรือพวกที่มีโครมเมียมสูงนั่นเอง เฟอร์ริติกประเภทนี้มีสมบัติทนการกัดกร่อนเทียบเท่ากับ 317LN ดังนั้นจึงนิยมนำมาทำพวกงานที่ทนการกัดกร่อนสูงยิ่ง เช่น ผลิตภัณฑ์บนเรือสมุทร ชายฝั่งทะเล ยิ่ง 447 และ 448 ที่มีโครเมียมผสมเกือบ 30% และโมลิบดีนัมร่วม 4% จึงมีคุณสมบัติต้านทานการกัดกร่อนในน้ำทะเลเทียบเท่าโลหะไททาเนียมทีเดียว

3. กลุ่มมาร์เทนซิติก (Martensitic) มีโครงสร้างเริ่มต้นเช่นเดียวกับกลุ่มเฟอร์ริติก อะตอมของผลึกจัดเรียงตัวแบบ BCC (Body-centered cubic) แต่เมื่อผ่านการชุบแข็งแล้วจะได้โครงสร้างเป็นมาเทนไซต์ ใช้อนุกรม 400 เป็นตัวสื่อเช่นเดียวกับกลุ่มเฟอร์ริติก มีส่วนผสมใกล้เคียงกับเฟอร์ริติกมีธาตุโครเมียมราว 11.5-18% คาร์บอนอยู่ราว 0.08%-0.75% ที่สำคัญคือไม่มีนิกเกิลหรือหากมีก็ไม่เกิน 0.6%
คุณสมบัติที่สำคัญของสเตนเลสตระกูลนี้คือ แม่เหล็กดูดติด (Magnetic) สามารถปรับความแข็งได้โดยการชุบแข็ง (การให้ความร้อนแล้วทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็ว: Quenching) ที่อุณหภูมิ 400-510 °C และอบคืนตัว (Tempering) ที่อุณหภูมิสูงกว่า 600 °C สามารถลดความแข็งได้ คล้ายกับเหล็กกล้าคาร์บอน ทำให้สเตนเลสกลุ่มนี้ มีคุณสมบัติต้านทานการสึกกร่อนและแข็งแรงทนทานได้ดียิ่งกว่าสเตนเลสกลุ่มออสเทนนิติกและเฟอร์ริติก มักนำไปใช้งานที่สำคัญในการผลิตเครื่องตัด อุตสาหกรรมเครื่องบิน พัดลมกังหัน เป็นต้น
ตัวอย่างของชนิดสเตนเลสในกลุ่มนี้ ได้แก่ 403 410 416 420 และ 440

4. กลุ่มเพิ่มความแข็งโดยการตกผลึก (Precipitation hardening) มีโครงสร้างเริ่มต้นเป็นออสเทนนิติกเมื่อผ่านการอบอ่อนที่อุณหภูมิ 1030 °C แล้วปล่อยให้เย็นตัวในอากาศจะเปลี่ยนโครงสร้างไปเป็นมาเทนไซต์ จากนั้นนำไปตกผลึกแข็งที่อุณหภูมิช่วง 500-600 °C แล้วปล่อยให้เย็นตัวในอากาศอีกครั้ง จะทำให้ได้โครงสร้างมาแทนไซด์สมบูรณ์แบบ จะมีเม็ดเกรนละเอียดกว่าเดิม มีความเหนียวสูง
สเตนเลสกลุ่มนี้มีส่วนผสมของโครเมียม 15-18% และนิกเกิล 3.00-7.75% เมื่อเพิ่มความแข็งแรงโดยกลไกเพิ่มความแข็งจากการตกผลึก (Precipitation hardening mechanism) จะสามารถเพิ่มความแข็งแรงสูงมาก มีค่าความเค้นพิสูจน์ (Proof stress) อยู่ระหว่าง 1,000 – 1,500 เมกาปาสคาล (MPa) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและกรรมวิธีการปรับปรุงคุณสมบัติด้วยความร้อน (Heat treatment)
ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นของสเตนเลสกลุ่มนี้ จึงมักนำไปใช้ทำชิ้นส่วนพวก วาร์ว ข้อต่อ เฟือง เพลา ชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมเคมี และชิ้นส่วนในเครื่องบิน
ตัวอย่างของชนิดสเตนเลสในกลุ่มนี้ ได้แก่ 630 631 และ 17-4PH

5. กลุ่มดูเพล็กซ์ (Duplex) มีโครงสร้างผสมระหว่าง โครงสร้างเฟอร์ริติก และออสเทนนิติก ในสัดส่วน ประมาณ 30% และ 70% ตามลำดับ จุดเด่นของ สเตนเลสกลุ่มนี้คือ มีคุณสมบัติทนต่อการกัดกร่อนได้เยี่ยมยอด ด้วยความแข็งแรงทนทานที่เยี่ยมยอดกว่ากลุ่มออสเทนนิติก ขณะที่ง่ายต่อการขึ้นอีกด้วย คุณสมบัติทางกาพภาพอยู่ระหว่างสเตนเลสกลุ่มออสเทนนิติกและเฟอร์ริติก แต่ใกล้เคียงกับเฟอร์ติติกและเหล็กคาร์บอนมากกว่า คุณสมบัติทนต่อการกัดกร่อนแบบรูเข็ม (Pitting) และแบบซอกอับ (Crevice) เป็นผลจากความสัมพันธ์ระหว่าง โครเมียม โมลิบดีนัม ทังสเตนและไนโตรเจน ที่เป็นส่วนผสมของสเตนเลสกลุ่มนี้ สเตนเลสกลุ่มดูเพล็กซ์ทุกชนิดมีคุณสมบัติทนต่อการเกิดการกัดกร่อนตามแนวขอบเกรนจากคลอไรด์ (chloride stress corrosion cracking)ได้ดียิ่งกว่าสเตนเลสออสเทนไนติกกลุ่ม 300 ด้วย
กลุ่มดูเพล็กซ์ยังสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท โดยอาศัยคุณสมบัติการทนต่อการกัดกร่อนแบบรูเข็ม (Pitting resistance equivalent number: PREN = %Cr + 3.3 (%Mo + 0.5%W) +16%Ni) เป็นสำคัญ โดยค่าพรีน (PREN) ยิ่งมากยิ่งสื่อว่ามีคุณสมบัติต้านทานการกัดกร่อนได้มาก อันได้แก่
5.1 ประเภทลีนดูเพล็กซ์ (Lean Duplex)
ตัวแทนของดูเพล็กซ์ประเภทนี้ได้แก่ ดูเพล็กซ์ชนิด 2304 มีโครเมียม 19.5-24.0 เปอร์เซ็นต์ นิกเกิลไม่เกิล 5 % โมลิบดีนัมประมาณไม่เกิล 1.0% ไนโตรเจนประมาณ 0.05-0.27% ไม่มีทังสเตนเป็นองค์ประกอบ มีค่าพรีนประมาณ 25
5.2 ประเภทดูเพล็กซ์มาตรฐาน (Standard Duplex)
ตัวแทนของดูเพล็กซ์ประเภทนี้ได้แก่ ดูเพล็กซ์ชนิด 2205 มีโครเมียม 19.5-23.0 เปอร์เซ็นต์ นิกเกิลประมาณ 3-6.5 % โมลิบดีนัมประมาณ 1.5-3.5% ไนโตรเจนประมาณ 0.08-0.35% ไม่มีทังสเตนเป็นองค์ประกอบ มีค่าพรีนประมาณ 35
5.3 ประเภทชุปเปอร์ดูเพล็กซ์ (Super Duplex)
ตัวแทนของดูเพล็กซ์ประเภทนี้ได้แก่ ดูเพล็กซ์ชนิด 2507 มีโครเมียม 24.0-30.0 เปอร์เซ็นต์ นิกเกิลประมาณ 5-8 % โมลิบดีนัมประมาณ 1.0-5.0% ไนโตรเจนประมาณ 0.15-0.4% อาจมีทังสเตนเป็นองค์ประกอบอยู่ด้วยประมาณ 0.5-2.5% มีค่าพรีนประมาณ 45
5.4 ประเภทไฮเปอร์ดูเพล็กซ์ (Hyper Duplex)
ตัวแทนของดูเพล็กซ์ประเภทนี้ได้แก่ ดูเพล็กซ์ชนิด 32707 มีโครเมียม 26.0-33.0 เปอร์เซ็นต์ นิกเกิลประมาณ 5.5-9.0 % โมลิบดีนัมประมาณ 3.0-5.0% ไนโตรเจนประมาณ 0.3-0.6% ไม่มีทังสเตนเป็นองค์ประกอบ มีค่าพรีนประมาณ 55

ปัจจุบันเริ่มมีการส่งเสริมให้มีการใช้งานสเตนเลสดูพล็กซ์เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ การใช้งานในอุตสาหกรรมการผลิตแก๊ซ แก๊ซเชื้อเพลิง น้ำมัน การเปลี่ยนน้ำทะเลเป็นน้ำจืด อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และแม้กระทั่งในงานสถาปัตยกรรมต่างๆ 
ตารางแสดงชนิดสเตนเลสแยกแต่ละกลุ่มตามมาตรฐานไทย มอก.1378-2539 (เขียนตัวสะกดชื่อกลุ่มภาษาไทยไม่เหมือนกับผู้เขียน)
กลุ่ม ชนิด มวลพื้นฐาน Kg./mm.m2 กลุ่ม ชนิด มวลพื้นฐาน Kg./mm.m2
ออสเทไนต์ SST201 7.93 ออสเทไนต์-เฟร์ไรต์ SST 329J1 7.80
SST202 7.93 SST329J3L 7.80
SST301 7.93 SST329J4L 7.80
SST301 L 7.93 เฟร์ไรต์ SST405 7.75
SST301J1 7.93 SSST409L 7.75
SST302 7.93 SST410L 7.75
SST302B 7.93 SST429 7.70
SST304 7.93 SST430 7.70
SST 304L 7.93 SST430LX 7.70
SST304N1 7.93 SST430JIL 7.70
SST304N2 7.93 SST434L 7.70
SST304LN 7.93 SST436L 7.70
SST304J1 7.93 SST436JIL 7.70
SST304J2 7.93 SST444 7.75
SST305 7.93 SST447J1 7.64
SST309S 7.98 SST XM27 7.67
SST310S 7.98 มาร์เทนไซต์ SST403 7.75
SST316 7.98 SST410 7.75
SST316L 7.98 SST410S 7.75
SST316N 7.98 SST420J1 7.75
SST316LN 7.98 SST420J2 7.75
SST316Ti 7.98 SST429J1 7.70
SST316J1 7.98 SST440A 7.70
SST316J1L 7.98 ชุบแข็งตกตะกอน SST630 (1)
SST317 7.98 SST631 7.93
SST317L 7.98 
SST317LN 7.97 
SST317J1 8.00 
SST317J2 7.98 
SST317J3L 7.98 
SST317J4L 8.06 
SST317J5L 8.05 
SST321 7.93 
SST347 7.98 
SST XM15J1 7.75 
นอกจากเกณฑ์การแบ่งกลุ่มสเตนเลสตามโครงสร้างจุลภาคที่ได้กล่าวถึงแล้วนั้น ยังมีวิธีการแบ่งอีกหลายแบบซึ่งจะได้ทยอยเขียนให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ต่อไป อาทิเช่น

การแบ่งกลุ่มสเตนเลสตามกระบวนการผลิต
กลุ่มสเตนเลสหล่อ
กลุ่มสเตนเลสรีดร้อน
กลุ่มสเตนเสรีดเย็น
กลุ่มสเตนเลสรีดซ้ำ
การแบ่งกลุ่มสเตนเลสตามคุณสมบัติการใช้งาน
กลุ่มสเตนเลสใช้งานที่อุณหภูมิต่ำ
กลุ่มสเตนเลสใช้งานที่อุณหภูมิสูง
กลุ่มสเตนเลสที่ขึ้นรูปได้ดีเยี่ยม
กลุ่มสเตนเลสที่ทนการกัดกร่อนสูง
กลุ่มสเตนเลสเพื่อสุขอนามัยวิธีทำความสะอาดสแตนเลส

วิธีทำความสะอาดสแตนเลส
* รอยเปื้อน : รอยนิ้วมือ
วิธีทำความสะอาดสแตนเลส : ล้างด้วยสบู่ ผงซักฟอก หรือสารทำละลาย เช่น แอลกอฮอล์ หรือ อะซีโตน ( Acetone) แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นจนสะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้ง

* รอยเปื้อน : น้ำมัน คราบน้ำมัน

วิธีทำความสะอาด : ล้างด้วยสารละลายไฮโดรคาร์บอน / ออร์กานิก (เช่น แอลกอฮอล์) แล้วล้างออกด้วยสบู่ /ผงซักฟอกอย่างอ่อน และน้ำ ล้างออกด้วยน้ำเย็น และเช็ดให้แห้ง แนะนำให้จุ่มชิ้นงานให้โชกก่อนล้างในน้ำสบู่อุ่น ๆ

* รอยเปื้อน : สี

วิธีทำความสะอาดสแตนเลส : ล้างออกด้วยสารละลายสี ใช้แปลงไนล่อนนุ่ม ๆ ขัดออก แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นและเช็คให้แห้ง

* เปลี่ยนสีเนื่องจากความร้อน

วิธีทำความสะอาดสแตนเลส :ทาครีม (เช่น บรัสโซ) ลงบนแผ่นขัดที่ไม่ได้ทำจากเหล็ก แล้วขัดคราบที่ติดบนสแตนเลสออก ความร้อนขัดไปในทิศทางเดียวกันกับพื้นผิว ล้างออกด้วยน้ำเย็น และเช็ดให้แห้ง

* รอยเปื้อน : ฉลากและสติ๊กเกอร์

วิธีทำความสะอาดสแตนเลส : แช่ ในน้ำสบู่ร้อนๆ ก่อนจะลอกฉลากและทำความสะอาดกาวที่ติดอยู่ออกด้วยเมทิลแอลกอฮอล์ ( Methylated Spirit) หรือน้ำมันเบนซิน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักฟอก ล้างออกอีกทีด้วยน้ำร้อน เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม
* รอยเปื้อน :รอยน้ำ ตะกรัน
วิธีทำความสะอาดสแตนเลส : รอยที่เห็นชัดสามารถลดเลือนได้ด้วยการแช่ไว้ในน้ำส้มสายชู 25% หรือกรดไนตริก 15% จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ตามด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักฟอก และล้างออกอีกครั้งให้สะอาดด้วยน้ำร้อน เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม

* รอยเปื้อน : สารแทนนิน จากชาหรือกาแฟ

วิธีทำความสะอาดสแตนเลส : ล้าง ด้วยน้ำร้อนผสมโซดาซักผ้า (โซเดียมไบคาร์บอเนต) จากนั้นล้างตามด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักฟอก ล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำร้อน เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม

* รอยเปื้อน : คราบสนิม

วิธีทำความสะอาดสแตนเลส : แช่ส่วนที่ขึ้นสนิมในน้ำอุ่นผสมสารละลาดกรดไนตริกในสัดส่วน 9:1 เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือทาพื้นผิวที่ขึ้นสนิมด้วยสารละลายกรดออกซาลิก ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้งหรือ ในกรณีของคราบสนิมที่ติดทนและยากต่อการกำจัด อาจต้องใช้เครื่องจักรช่วยขัดทำความสะอาด


การดูแลรักษาสแตนเลส
* หากไม่ได้ทำความสะอาดเป็นประจำ ควรทำความสะอาดทันทีที่พบรอยเปื้อนและฝุ่น
* ในการทำความสะอาดควรเริ่มจากวิธีและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนที่สุด ก่อน เสมอและทดลองทำความสะอาดเป็นบริเวณเล็กๆ ก่อนเพื่อให้มั่นใจถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
* ใช้น้ำอุ่นเพื่อช่วยขจัดความมันของน้ำมันหรือจาระบี
* ในขั้นตอนสุดท้ายของการทำความสะอาด ให้ใช้น้ำสะอาดล้างและเช็ดให้แห้งด้วยผ้าเนื้อนุ่มหรือกระดาษชำระแผ่นใหญ่ทุกครั้ง
* เมื่อใช้กรดทำความสะอาดสแตนเลส ควรใช้มาตรการป้องกันและระมัดระวังอย่างเหมาะสม
* ล้างเครื่องใช้ที่ทำจากสแตนเลสทันทีที่เตรียมอาหารเสร็จเสมอ
* หลีกเลี่ยงรอยเปื้อนที่เกิดจากเหล็กโดยไม่ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่ทำ จาก โลหะ หรืออุปกรณ์ที่เคยนำไปทำความสะอาดชิ้นส่วนที่ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon Steel) มาก่อน
* กรณีที่ไม่แน่ใจในวิธีทำความสะอาดหรือพบรอยเปื้อนที่ไม่สามารถขจัดออกได้ ให้ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
สิ่งที่ไม่ควรทำกับพื้นผิวสแตนเลส

* อย่าเคลือบสแตนเลสด้วยขี้ผึ้งหรือสารที่มีความมัน เพราะจะทำให้ฝุ่นหรือรอยเปื้อนติดบนพื้นผิวได้ง่ายขึ้นและทำความสะอาดออกได้ยาก
* อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของคลอไรด์ ( Chlorides) และ เฮไลด์ ( Helides) เช่น โบรไมน์ ( Bromine) ไอโอดีน ( Iodine) และ ฟลูออรีน (Fluorine)
* อย่าใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดสแตนเลส
* อย่าใช้กรดไฮโดรคลอริค ( HCI) ในการทำความสะอาด เพราะจะทำให้เกิดการกัดกร่อนแบบรูเข็มและแบบเป็นรอยร้าวได้ ( Pitting and Stress Corrosion Cracking)
* อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่แน่ใจ
* อย่าใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่องเงิน
* อย่าใช้ปริมาณสบู่และผงซักฟอกมากเกินไปในการทำความสะอาด เพราะอาจทิ้งคราบไว้บนพื้นผิวได้
* อย่าทำความสะอาดส่วนที่มีคราบฝังแน่นในขั้นตอนเดียว ควรทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนขจัดคราบฝังแน่น


ประโยชน์การใช้งานสแตนเลส

• ทนทานต่อการกัดกร่อน สเตนเลสทุกตระกูลทนทานต่อการกัดกร่อน แต่จะแตกต่างกันไปตามส่วนผสมของโลหะ เช่น เกรดที่มีโลหะผสม ไม่สูง สามารถต้านทาน การกัดกร่อนในบรรยากาศทั่วไป ในขณะที่เกรดที่มีโลหะผสมสูง สามารถต้านทานการกัดกร่อน ในกรด ด่าง สารละลาย บรรยากาศคลอไรด์ ได้เกือบทั้งหมด

• ความต้านทานต่ออุณหภูมิสูงและอุณหภูมิต่ำ สเตนเลสบางเกรดสามารถทนความร้อนหรือ และความเย็น รวมถึงการเปลี่ยนอุณหภูมิโดยฉับพลันได้ดี และด้วยคุณสมบัติพิเศษในการทนไฟ ทำให้มีการนำสเตนเลสไปใช้ในอุตสาหกรรมขนส่ง อุตสาหกรรมปิโตรเคมีอย่างแพร่หลาย

• ง่ายต่องานประกอบ หรือแปรรูป สเตนเลสส่วนใหญ่สามารถ ตัด เชื่อม ขึ้นรูป ตบแต่งทางกล ลากขึ้นรูป ขึ้นรูปนูนต่ำได้ง่าย ด้วยรูปร่าง สมบัติ และลักษณะต่างๆของสเตนเลสช่วยให้ ผู้ผลิตสามารถนำสเตนเลสไปประกอบกับวัสดุอื่นๆได้ง่าย

• ความทนทาน คุณสมบัติเด่นอีกประการหนึ่งของสเตนเลส คือความแข็งแกร่งทนทาน สเตนเลสสามารถเพิ่มความแข็งได้ด้วยการขึ้นรูปเย็น ซึ่งใช้เพื่อออกแบบงาน โดยลดความหนา น้ำหนักและราคา สเตนเลสบางเกรดอาจใช้ในงานที่ทนความร้อนและ ยังคงความทนทานสูง

• ความสวยงาม ด้วยรูปทรงและพื้นผิวที่หลากหลายรูปแบบที่สวยงาม ทำความสะอาดได้ง่าย ปัจจุบันสเตนเลสมีสีให้เลือกมากมาย ด้วยกรรมวิธีชุบเคลือบผิวด้วยเคมีไฟฟ้า สามารถทำให้สเตนเลสมีผิวสีทอง บรอนซ์ เขียว เงิน และสีดำ ทำให้สามารถเลือก ประยุกต์ใช้สเตนเลสได้อย่างมากมาย นอกจากนี้ ความเงางามของสเตนเลสในอ่างล้างจาน อุปกรณ์ประกอบอาหาร หรือ เฟอร์นิเจอร์ทำให้บ้านดูสะอาดและน่าอยู่อีกด้วย

• ความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ การทำความสะอาด การดูแลรักษาสเตนเลส และมีความเป็นกลางสูงจึงไม่ดูดซึมรสใดๆ เป็นเหตุผลสำคัญที่สเตนเลสถูกนำมาใช้งานในงานโรง พยาบาล เครื่องครัว ด้านโภชนาการและด้านเภสัชกรรม เนื่องจากความทนทาน ต้องการ การดูแลรักษาน้อย และค่าใช่จ่ายต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาการใช้ งาน การใช้อุปกรณ์เครื่องครัวสเตนเลสใน บ้านเรือนให้ความรู้สึกถึงความปลอดภัยแก่ผู้ใช้

• ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สเตนเลสเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และกว่า ของวัตถุดีที่ใช้ในการผลิตมาจากเศษเหล็ก





















www.pkn59-stainless.com email: admin@pkn59-stainless.com
โทร 02-9871446 แฟ็กซ์ 02-987-1447
คุณละไม 087-9268844

Backlink Lists|Free Backlinks
keywords
ประตู, สแตนเลส, งานสเเตนเลส, ประตูสแตนเลส, ประตูสแตนเลสผสมไม้, ช่องรั้วสแตนเลส, ราวบันไดสแตนเลส, หลังคาโพลีคาร์บอเนต, หลังคาเมทัลชีท, หลังคาไม้ระแนง, ระแนงเหล็ก, ระแนง, 
ประตูรั้วสแตนเลส, ประตูอัลลอย, เหล็กดัด มุ้งลวด, ศรแหลมลวดหนาม, ประตูเหล็ก, บันไดลิง, ประตูม้วน, หลังคาไวนิล, งานสแตนเลสตามแบบ
© 2011 All Rights Reserved Powered by www.pkn59-stainless.com